ลู่วิ่งไฟฟ้า เลือกแบบไหนดีต่อใจใช่เลย

ลู่วิ่งไฟฟ้า

วิ่งอาจเป็นกีฬาที่ “น่าเบื่อ” สำหรับหลาย ๆ คน ยิ่งถ้าต้องไปวิ่งอยู่บนสายพานในห้องแคบ ๆ ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่ทำให้หมดอารมณ์การวิ่งไปได้เลย แต่สำหรับ “นักวิ่ง” แล้วล่ะก็ จะให้หยุดวิ่งเพราะเบื่อ หรืออากาศและเวลาไม่เอื้ออำนวยก็ไม่ใช่ อย่างช่วงฤดูฝนที่ฝนตกกระหน่ำราวกับมีพายุเข้า หรือ มีงานเร่งงานด่วนให้ทำจนต้องกลับบ้านดึก ฯลฯ ก็อาจหนีไม่พ้นที่จะ “อยากวิ่ง” มากจนนึกถึงคุณประโยชน์ของลู่วิ่งไฟฟ้าขึ้นมาได้เหมือนกัน ดังนั้นการมีลู่วิ่งสักเครื่องไว้ที่บ้านก็คงดีไม่น้อย

ฉะนั้นเราเลยจะมากล่าวถึงวิธีการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้า เลือกแบบไหน เลือกยังไง ให้ดีต่อใจ และพอดีกับเงินที่มี

ยี่ห้อและตัวแทนจำหน่าย

แน่นอนว่าการเลือกลู่วิ่งไฟฟ้าที่ดี สิ่งที่ควรคำนึงถึงสิ่งแรกคือยี่ห้อที่ดี มีคุณภาพ ราคาเป็นมาตรฐานสากล และตัวแทนจำหน่ายที่สามารถเชื่อถือได้และไม่เข้าข่ายหลอกลวง นอกจากจะสามารถแนะนำตอนซื้อได้ ยังต้องสามารถดูแลเราหลังการขายได้อีกด้วย

การรับประกันสินค้า

ควรสอบถามกับพนักงานขายและร้านค้าให้ชัดเจน ว่ารับประกันนานแค่ไหน ครอบคลุมถึงอะไรบ้าง รับประกันในส่วนของตัวมอเตอร์ อะไหล่ และชิ้นส่วนอื่นๆ ยังไง นานเท่าไหร่

กำลังของมอเตอร์

ต้องแยกให้ออกระหว่างเราซื้อมาวิ่ง หรือแค่เดินอย่างเดียว  เพราะถ้าซื้อมาแค่เดินก็เอาแค่ขนาด 1.5 แรงม้าก็เหลือเฟือแล้ว แต่ถ้าซื้อมาเพื่อวิ่งจริงๆ ควรเอามอเตอร์ขนาด 2.5 แรงม้าขึ้นไป

ขนาดของสายพาน

ควรมีขนาดกว้าง 45 ซม. ยาว 138 ซม. หนา 1.6 มิลลิเมตร ก็น่าจะเพียงพอสำหรับการเดิน แต่หากเราใช้วิ่งเป็นหลัก ควรเลือกรุ่นที่มีขนาดกว้าง 50 ซม. ยาว 150 ซม. ขึ้นไป และมีความหนาไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร

โครงสร้างโดยทั่วไป

ตัวเครื่องต้องแข็งแรง ไม่โครงเครงหรือโยกเยกไปมาหรือสั่นขณะวิ่ง จนรู้สึกว่าลู่วิ่งค่อยๆเคลื่อนออกจากตำแหน่งตั้งเดิม หรือวิ่งไปมาแล้วต้องตะโกนคุยกับคนข้างๆ เพราะลู่วิ่งมีเสียงดังมาก

ความเร็วและความชัน

ควรเลือกเครื่องที่มีความเร็วและความชันสูงสุดมากกว่าที่ตัวเราจะวิ่งได้สักเล็กน้อย

ความปลอดภัย

ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ดีจะต้องมีระบบตัดการทำงานเมื่อเราเกิดล้มเสียหลักระหว่างวิ่ง ต้องมีระบบรองรับการกระแทก เพื่อช่วยลดอัตราการบาดเจ็บ

ฟังก์ชั่นเสริม

จริงๆ จะมีหรือไม่มีก็ได้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ลู่วิ่งไฟฟ้า บางชนิดจะมีฟังก์ชั่นดูหนัง ฟังเพลง หมวดเอนเตอร์เทนขณะวิ่ง แต่ราคาก็จะสูงกว่าเครื่องธรรมดาเล็กน้อย

สาเหตุของ อาการปวดเข่า

ปวดเข่าหากท่านใดที่มีอาการ ปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม และกำลังมองหาวิธีการที่จะจัดการกับมัน บทความนี้จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับ สาเหตุหลักของ อาการปวดเข่า

การปวดเข่าเกิดขึ้นจากกรณีหลัก 4 ประการ

สาเหตุที่ 1  มวลกระดูกของท่านลดลงทำให้กระดูกแข็ง 2 ข้อเกิดการกระทบกันหรือเรียกอีกอย่างว่าการกดทับกันจนทำให้เกิดความเจ็บปวดขึ้น

สาเหตุที่ 2 เกิดจากน้ำหล่อเลี้ยงในข้อเข่ามีปริมาณลดลง เนื่องจากน้ำหล่อเลี้ยงตัวนี้มีหน้าที่ป้องกันการเสียดสีของกระดูกแข็งและกระดูกอ่อน แต่หากท่านมีน้ำหล่อเลี้ยงที่ลดลงก็จะทำให้เกิดการเสียดสีมากขึ้นและทำให้เกิดการกดทับของน้ำหนักที่มากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุของ อาการ ปวดเข่า

สาเหตุที่ 3 น้ำหล่อเลี้ยงรั่วซึ่งเกิดจากอุบัติเหตุทำให้กระดูกอ่อนของท่านเป็นรอยแตกถุงหุ้มน้ำหล่อเลี้ยงแตกออกมา เช่นเกิดจากการหกล้มอย่างแรงและไม่ได้รับการรักษาทันที

สาเหตุที่ 4 เกิดจากโรคเกาต์ซึ่งมีสาเหตุจากการกัดกินของกรด และ การขาดความสมดุลของสารเคมีที่ร่างกายต้องการ

บทความนี้จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจถึงสาเหตุอาการ ปวดเข่า ของคุณโดยเฉพาะ เมื่อรู้สึกว่ามี อาการปวดเข่า คุณควรที่จะปรึกษาแพทย์ของคุณทันที

ประโยชน์ของ น้ำมันงาดำสกัดเย็น เเคปซูล

คุณป้าเซี่ยมจู อายุเกือบ 70ปี เป็นผู้ที่ได้มีโอกาสลองทาน น้ำมันงาดำ สกัดเย็น ได้ประมาณ 4-5 เดือนแล้ว…. เมื่อก่อนคุณป้ามีอาการปวดเข่าตามประสาคนม­ีอายุ ครั้งนึงคุณป้าเคยมีความคิดที่ว่าจะให้หมอ­ทำการผ่าหัวเข่าเนื่องจากไม่ต้องการทรมานจ­ากอาการปวดเข่าเหล่านี้ แต่เมื่อคุณป้าได้ลองทาน น้ำมันงาดำสกัดเย็น Smartlife Plus อาการของคุณป้าเซี่ยมจูเริ่มดีขึ้นเป็นลำด­ับอย่างเห็นได้ชัด จนทุกวันนี้คุณป้าแทบไม่มีอาการปวดเข่าอีก­เลย

หากท่านใดที่กำลังมีอาการปวดเข่า ปวดข้อ เหมือน คุณป้าเซี่ยมจู และอยากลองใช้วิธีรักษาแบบธรรมชาติ
โดยการทาน น้ำมันงาดำ สกัดเย็น

ติดต่อเราได้ที่เบอร์ 081 821 9388 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ น้ำมันงาดำ.net

มาทานน้ำมันงาดำเสริมเรี่ยวแรง ขจัดความอ่อนล้ากันเถอะ

น้ำมันงาดำสกัดเย็นบางคนยังไม่ทราบว่า ร่างกายมนุษย์นั้นสมควรต้องได้รับการพักผ่อนทั้งภายในและภายนอกบ้าง แต่คนส่วนมากนั้นไม่สนใจที่จะดูแลพักผ่อนเลยเพราะไม่คิดว่าความเหนื่อยล้านั้นจะสามารถกลายมาเป็นโรคเหนื่อยล้าเรื้อรัง (Chronic Fatigue Syndrome) ได้ ซึ่งโรคนี้จัดเป็นโรคยอดนิยมที่ผู้คนในยุคปัจจุบันเป็นกันมากเนื่องด้วยมีภาวะความเครียด พักผ่อนน้อย ได้รับมลพิษจากสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา เป็นต้น

งาดำนั้นถูกใช้เพื่อเป็นทั้งอาหารและยามานานหลายพันปีแล้ว น้ำมันงาดำสกัดเย็น นั้นมีสรรพคุณที่สามารถช่วยบำรุงตับไต และมีสารเฉพาะตัวอย่างสารเซซามอลที่ส่งเสริมการปรับสมดุลและซ่อมแซมส่วนสึกหรออวัยวะต่างๆ นอกจากนี้น้ำมันงาดำสกัดเย็นนั้น ยังมีสารอาหารและแร่ธาตุต่างๆที่ช่วยลดความเครียดได้ และยังช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระ เพราะน้ำมันงาดำนั้นมีวิตามินอีที่สูง ทำให้ร่างกายสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้น

มีงานวิจัยออกมาหลายตัวว่าน้ำมันเงาดำนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพหากท่านใดที่สนใจจะศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านเพิ่มได้ที่ น้ำมันงาดำ.net

เลือกซื้อน้ำมันรำข้าวอย่างไรโดยไม่ให้ถูกหลอก

 

น้ำมันรำข้าววิธีเลือกซื้อ น้ำมันรำข้าว ได้ง่ายโดยให้ถูกหลอกก็คือพิจารณาซื้อน้ำมันรำข้าวชนิดที่ปลอดสารเคมี สารเคมีที่ว่านี่คือสาร hexane โดยสารพิษตัวนี้ อาจทำให้ เกิดโรคมะเร็งได้

  • เลือก น้ำมันรำข้าวที่ถูกผลิตโดยปราศจากสารเคมีทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การปลูกข้าว การสีข้าว ถึงการสกัดน้ำมัน
  • เลือกน้ำมันรำข้าวที่ถูกผลิตจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงเช่นน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์
  • น้ำมันข้าวที่ท่านเลือกซื้อควรจะเป็น น้ำมันรำข้าวสกัดเย็น ที่สกัดโดยวิธีบีบเย็นเท่านั้นและควรสกัดโดยการบีบเย็นหลังจากการสีข้าวภายใน 24ชั่วโมง
  • ต้องให้แน่ใจว่าน้ำมันรำข้าวที่ท่านเลือกซื้อนั้นเป็นน้ำมันรำข้าวบริสุทธิ์ 100% ไม่มีส่วนผสมอย่างอื่นเจือปน
  • ควรตรวจสอบโรงงานผลิตว่าได้รับการรับรองมาตรฐานจากจีเอ็มพี หรือไม่ และมีการจดเเจ้ง อ.ย.มั้ย


หากท่านใดต้องการซื้อน้ำมันรำข้าวที่มีคุณภาพท่านอาจลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว.com

เริ่มต้น ลดน้ำหนัก คุณพร้อมหรือไม่?

ลดน้ำหนักคุณเคยต้องต่อสู้กับการลดน้ำหนักตัวเองนานเป็นปีใช่ไหม ? เคยน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลายสิบกิโลและลดได้สลับกันหลายครั้งใช่ไหม ? พร้อมจะลดน้ำหนักหรือไม่ ?

คำถามนี้ จะช่วยให้คุณจัดโปรแกรมลดน้ำหนักและกำหนดเป้าหมายที่ตั้งใจไว้จะช่วยให้คุณรู้สึกเหมือนเป็นผู้ชนะเมื่อไปถึงเป้าหมาย ลองมาเรียนรู้เกี่ยวกับแผนการการบริโภคอาหารเพื่อให้มีสุขภาพดีและไม่ทำให้รู้สึกกว่าต้องอดอาหาร ตามด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำที่สนุกสนานและเหมาะสมกับวิถีชีวิตประจำวันของ

การประเมินตนเองต่อไปนี้ ค่าดัชนีมวลกาย การวัดรอบเอวและหาอัตราส่วนเอวกับสะโพก จะเป็นค่าที่เตือนให้คุณรู้ว่าควรจะลดน้ำหนักได้แล้วถ้าต้องการจะมีสุขภาพที่ดี อย่าเปรียบเทียบรูปร่างตนเองกับนางแบบหรือนายแบบเพราะพวกเขาส่วนมากความจริงแล้วเป็นคนกลุ่มที่ผอมไปหรือมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ลองมาดูดีกว่าว่า

คุณควรจะลดน้ำหนักลงหรือไม่เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น การประเมินที่กล่าวมาข้างต้นนี้จะช่วยตอบคุณเองว่า มีรูปร่างแบบไหนและจะได้รับประโยชน์อะไรบ้างจากการลดน้ำหนัก

รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่อง น้ำหนัก น้ำหนักเกินหรืออ้วน และรอบเอว

น้ำหนัก คือ การวัดผลรวมของร่างกายที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ กระดูก ไขมันและน้ำในร่างกายซึ่งเป็นผลมาจากการกินอาหาร และเคลื่อนไหวออกกำลังกาย รวมทั้งการเจริญเติบโตหรือการซ่อมแซมร่างกายและการเผาผลาญอาหารของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นไขมันและส่วนที่ไม่มีไขมัน ส่วนที่เป็นไขมันเรียกว่า ไตรกลีเซอไรด์ ส่วนที่ไม่มีไขมันประกอบด้วย โปรตีน น้ำ เกลือแร่ และไกลโคเจน

น้ำหนักเกิน คือ ภาวะน้ำหนักตัวมากเกินกว่าระดับมาตรฐาน โดยเปรียบเทียบกับความสูงซึ่งคิดเป็นค่าดัชนีมวลกาย 25 -29.9 กิโลกรัม/เมตร2

ความอ้วนเป็นผลมาจากนิสัยการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องควบคู่ไปกับการดำเนินวิถีชีวิตที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย เมื่อได้รับพลังงานจากอาหารมากกว่าเกินกว่าร่างกายนำไปใช้ ส่วนเกินนี้ก็จะเก็บสะสมในรูปของไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเนื้อเยื่อไขมันและนำไปสู่โรคอ้วน ซึ่งส่วนเกินที่เป็นไขมันสะสมในร่างกายมีอันตรายเสี่ยงต่อสุขภาพ ถ้ามีไขมันบริเวณหน้าท้องมากกว่าปกติเรียกว่า อ้วนลงพุง

การที่มนุษย์จะมีน้ำหนักมากน้อยเพียงใดขึ้นกับดุลพลังงานหรือการเปลี่ยนแปลงของพลังงาน

การเปลี่ยนแปลงของพลังงาน = พลังงานที่ได้จากการรับประทาน พลังงานที่ร่างกายนำไปใช้

  • พลังงานที่ได้จากการรับประทาน คือ ปริมาณพลังงานทั้งหมดที่รับประทานและสัดส่วนของพลังงานที่ได้รับนั้นมาจากโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต
  • พลังงานที่ร่างกายนำไปใช้ ประกอบด้วยอัตราการเผาผลาญอาหาร ผลความร้อนของอาหารและพลังงานที่ใช้ไปกับการทำงานและการออกกำลังกาย

กิโลแคลอรี่หรือเรียกสั้น ๆ ว่า แคลอรี่ คือ หน่วยของปริมาณพลังงานที่ใช้ในแต่ละกิจกรรมทางกาย

เริ่มอ้วนและเอวหนาขึ้นสำคัญต่อหลอดเลือดและเสี่ยงต่อการเป็นโรคอย่างไร

เริ่มอ้วนน้ำหนักเกิน หรืออ้วนและเอวหนาเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับโรคไม่ติดต่อ ต่อไปนี้

โรคหัวใจ

น้ำหนักเกินเกี่ยวข้องกับความชุกของปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เช่นมีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดและภาวะเบาหวาน การลดน้ำหนักได้ ร้อยละ 10 จะมีผลต่อการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ร้อยละ 20 และร้อยละ 40 ของการเกิดโรคหัวใจเกิดจากมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 21 กิโลกรัม/ เมตร 2
ภาวะความดันโลหิตสูง

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความดันโลหิต น้ำหนักที่ลดลง 1 กิโลกรัมเกี่ยวข้องกับการลดลงของระดับความดันซีสโตลิค ( ความดันตัวบน หรือความดันช่วงหัวใจบีบตัว)1.2-1.6 มิลลิเมตรปรอท และระดับความดันไดแอสโตลิค ( ความดันช่วงล่างหรือความดันช่วงหัวใจคลายตัว) 1.0-1.3 มิลลิเมตรปรอท ดังนั้นจึงแนะนำให้คนที่เป็นความดันโลหิตสูงและเริ่มอ้วนลดน้ำหนักเพราะ ความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ตามระยะเวลาของการอ้วน โดยเฉพาะผู้หญิง

ภาวะเบาหวาน

น้ำหนักเกิน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งไม่พึ่งอินซูลิน ผู้ใหญ่ มีน้ำหนักเกินมากกว่า 5 กิโลกรัม ภายใน 8 ปี เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

เด็กและวัยรุ่นอ้วน คนที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นภายหลังอายุ 18 ปีและสะสมไขมันในช่องท้อง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานไม่พึ่งอินซูลิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอ้วนลงพุง ส่วนน้ำหนักที่ลดลงในคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะสร้างความคงทนต่อกลูโคสและลดความจำเป็นในการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด

โรคหลอดเลือดสมอง

น้ำหนักเกิน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับโรคหลอดเลือดสมอง

โรคถุงน้ำดี

น้ำหนักเกิน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่การเป็นโรคถุงน้ำดี น้ำหนักที่เพิ่มเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย คนอ้วนเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีสูงกว่าผู้มีน้ำหนักตัวปกติ 3-4 เท่า และเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีการสะสมไขมันในช่องท้อง เชื่อว่าเกิดจากน้ำดีมีสภาพอิ่มตัว และถุงน้ำดีลดการเคลื่อนไหว เนื่องจากนิ่วในถุงน้ำดีเอื้ออำนวยต่อการอักเสบของถุงน้ำดี จึงมักพบโรคถุงน้ำดีอักเสบแบบเฉียบพลันและเรื้อรังในคนอ้วน

โรคข้อต่อเสื่อม

น้ำหนักเกินหรืออ้วน เกี่ยวข้องกับโรคข้อต่อเสื่อมในหลายข้อ โดยเฉพาะที่มือและหัวเข่า กลไกการเกิดโรคข้อเสื่อมยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นผลเฉพาะที่จากการเพิ่มแรงกดที่ข้อและอาจมีปัจจัยทั้งระบบอื่นด้วย ดังนั้น แนะนำว่า การลดน้ำหนักในคนที่น้ำหนักเกินหรืออ้วนช่วยป้องกันการเริ่มต้นของโรคข้อเสื่อมและบรรเทาอาการในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อมอยู่แล้ว

โรคมะเร็ง

มีข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเนื้อร้ายในหลายส่วนของร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเยื่อบุมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หลังวัยหมดประจำเดือน ส่วนในผู้ชาย ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก
ความผิดปกติอื่นๆ

น้ำหนักเกินหรืออ้วนมีความเสียงต่อการผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อและการเป็นหมันภาวะระดับไขมันในเลือดผิดปกติ คนอ้วนมักมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง โดยเฉพาะคนที่สะสมไขมันในช่องท้องมาก และเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ภาวะพร่องการใช้ไขมันซึ่งในเลือดที่มีไขมันมากอยู่นานหรือภายหลังการกินไขมันเป็นส่วนประกอบหนึ่งของการดื้ออินซูลิน และการปรากฏของไลโปโปรตีนก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง

โรคทางเดินหายใจ

ผลร้ายของความอ้วนมีผลต่อการหายใจ การหายใจผิดปกติขณะหลับ จนถึงการหยุดหายใจขณะหลับ

ปัญหาทางสังคมและจิตใจ

ความลำเอียงทางสังคม ความไม่พอใจกับรูปร่าง และเชื่อว่าถูกผลักไสออกจากสังคมรวมถึงความผิดปกติในการกินอาหาร คือกินอาหารจุมากและกินอาหารตอนกลางคืน
ดังนั้น เห็นว่าน้ำหนักเกินหรืออ้วนมีอันตรายต่อสุขภาพ จึงควรเอาใจใส่ต่อเรื่องน้ำหนักเกินหรืออ้วน และปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย ได้แก่ การสูบบุหรี่ การมีภาวะความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งจะเป็นปัญหาสุขภาพตามมาในภายหลัง

ข้อควรระวังในการกลับมามีน้ำหนักเพิ่มหรืออ้วนช้ำ

lose-weightกรณีคนที่มีน้ำหนักขึ้นและต้องการลดแคลอรี่โดยการอดอาหารหรือควบคุมน้ำหนักให้ลงอย่างรวดเร็วทันที แต่น้ำหนักกลับมาเพิ่มขึ้นในภายหลังเรียกวงจรนี้ว่า yo-yo diet (โย-โย ไดเอท) จะยิ่งทำให้คนนั้นรู้สึกแย่ลงในการลดน้ำหนักเนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นกว่าในครั้งแรก โดยทั่วไปน้ำหนักที่ควรลดแต่ละสัปดาห์ไม่ควรเกิน ครึ่ง – 1 กิโลกรัม/สัปดาห์

เหตุผล 2 ประการที่ทำให้การกลับมาน้ำหนักเพิ่มหรืออ้วนซ้ำ คือ

  • ร่างกายการลดแคลอรี่ลงอย่างรวดเร็วโดยใช้วิธีการอดอาหารแต่ร่างกายยังต้องสร้างพลังงานมาใช้โดยได้จากแคลอรี่ ทำให้ร่างกายไม่สามารถจำแนกระหว่างการใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อและจากไขมันในร่างกาย ปัญหาคือ การสร้างพลังงานใหม่ด้วยการเผาผลาญอาหารหรือเมตาบอลิซึมจะใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อ ทำให้น้ำหนักลดลงแต่ต้องคงรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหลังจากอดอาหาร จึงยากที่จะรักษาน้ำหนักตัวที่ลดให้ต่อเนื่องได้
  • จิตใจการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วทำให้คนนั้นรู้สึกอดกิน ผลการลดน้ำหนักลงได้แต่ไม่สามารถอดอาหารได้นาน เมื่อน้ำหนักลงได้แล้วกลับมากินอาหารตามปกติ ก็จะกินอาหารทุกอย่างที่คนนั้นรู้สึกอยากกินในช่วงที่อดอาหาร

ข้อเสนอแนะการบริโภคข่าวสารและข้อควรระวังหรือสังเกตเพื่อเลือกเทคนิคการลดน้ำหนักอื่นๆที่เหมาะสมกับตัวเอง

  • ให้ระวังการใช้เทคนิคลดน้ำหนักที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และมีราคาแพง
  • การลดน้ำหนักมักไม่เห็นผลทันตา โดยปกติไม่มากกว่า 1 กิโลกรัมภายใน 1 สัปดาห์
  • โดยทั่วไปการลดน้ำหนัก จะลดได้ใน 1 เดือนครี่งและจะคงรักษาน้ำหนักตัวต่อเนื่องได้ 6 เดือน
  • ก่อนการใช้เทคนิคอื่นๆในการลดน้ำหนักให้ศึกษาเกี่ยวกับผลข้างเคียงของเทคนิคนั้นให้ดี