เริ่มอ้วนและเอวหนาขึ้นสำคัญต่อหลอดเลือดและเสี่ยงต่อการเป็นโรคอย่างไร

เริ่มอ้วนน้ำหนักเกิน หรืออ้วนและเอวหนาเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับโรคไม่ติดต่อ ต่อไปนี้

โรคหัวใจ

น้ำหนักเกินเกี่ยวข้องกับความชุกของปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เช่นมีภาวะความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดและภาวะเบาหวาน การลดน้ำหนักได้ ร้อยละ 10 จะมีผลต่อการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ร้อยละ 20 และร้อยละ 40 ของการเกิดโรคหัวใจเกิดจากมีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 21 กิโลกรัม/ เมตร 2
ภาวะความดันโลหิตสูง

น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความดันโลหิต น้ำหนักที่ลดลง 1 กิโลกรัมเกี่ยวข้องกับการลดลงของระดับความดันซีสโตลิค ( ความดันตัวบน หรือความดันช่วงหัวใจบีบตัว)1.2-1.6 มิลลิเมตรปรอท และระดับความดันไดแอสโตลิค ( ความดันช่วงล่างหรือความดันช่วงหัวใจคลายตัว) 1.0-1.3 มิลลิเมตรปรอท ดังนั้นจึงแนะนำให้คนที่เป็นความดันโลหิตสูงและเริ่มอ้วนลดน้ำหนักเพราะ ความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้น ตามระยะเวลาของการอ้วน โดยเฉพาะผู้หญิง

ภาวะเบาหวาน

น้ำหนักเกิน เป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งไม่พึ่งอินซูลิน ผู้ใหญ่ มีน้ำหนักเกินมากกว่า 5 กิโลกรัม ภายใน 8 ปี เกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

เด็กและวัยรุ่นอ้วน คนที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นภายหลังอายุ 18 ปีและสะสมไขมันในช่องท้อง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานไม่พึ่งอินซูลิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอ้วนลงพุง ส่วนน้ำหนักที่ลดลงในคนที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จะสร้างความคงทนต่อกลูโคสและลดความจำเป็นในการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือด

โรคหลอดเลือดสมอง

น้ำหนักเกิน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักสำหรับโรคหลอดเลือดสมอง

โรคถุงน้ำดี

น้ำหนักเกิน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่นำไปสู่การเป็นโรคถุงน้ำดี น้ำหนักที่เพิ่มเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะในผู้หญิงมีมากกว่าผู้ชาย คนอ้วนเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีสูงกว่าผู้มีน้ำหนักตัวปกติ 3-4 เท่า และเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นเมื่อมีการสะสมไขมันในช่องท้อง เชื่อว่าเกิดจากน้ำดีมีสภาพอิ่มตัว และถุงน้ำดีลดการเคลื่อนไหว เนื่องจากนิ่วในถุงน้ำดีเอื้ออำนวยต่อการอักเสบของถุงน้ำดี จึงมักพบโรคถุงน้ำดีอักเสบแบบเฉียบพลันและเรื้อรังในคนอ้วน

โรคข้อต่อเสื่อม

น้ำหนักเกินหรืออ้วน เกี่ยวข้องกับโรคข้อต่อเสื่อมในหลายข้อ โดยเฉพาะที่มือและหัวเข่า กลไกการเกิดโรคข้อเสื่อมยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชื่อว่าเป็นผลเฉพาะที่จากการเพิ่มแรงกดที่ข้อและอาจมีปัจจัยทั้งระบบอื่นด้วย ดังนั้น แนะนำว่า การลดน้ำหนักในคนที่น้ำหนักเกินหรืออ้วนช่วยป้องกันการเริ่มต้นของโรคข้อเสื่อมและบรรเทาอาการในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อมอยู่แล้ว

โรคมะเร็ง

มีข้อมูลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเนื้อร้ายในหลายส่วนของร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเยื่อบุมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม หลังวัยหมดประจำเดือน ส่วนในผู้ชาย ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก
ความผิดปกติอื่นๆ

น้ำหนักเกินหรืออ้วนมีความเสียงต่อการผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อและการเป็นหมันภาวะระดับไขมันในเลือดผิดปกติ คนอ้วนมักมีระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง โดยเฉพาะคนที่สะสมไขมันในช่องท้องมาก และเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด ภาวะพร่องการใช้ไขมันซึ่งในเลือดที่มีไขมันมากอยู่นานหรือภายหลังการกินไขมันเป็นส่วนประกอบหนึ่งของการดื้ออินซูลิน และการปรากฏของไลโปโปรตีนก่อให้เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง

โรคทางเดินหายใจ

ผลร้ายของความอ้วนมีผลต่อการหายใจ การหายใจผิดปกติขณะหลับ จนถึงการหยุดหายใจขณะหลับ

ปัญหาทางสังคมและจิตใจ

ความลำเอียงทางสังคม ความไม่พอใจกับรูปร่าง และเชื่อว่าถูกผลักไสออกจากสังคมรวมถึงความผิดปกติในการกินอาหาร คือกินอาหารจุมากและกินอาหารตอนกลางคืน
ดังนั้น เห็นว่าน้ำหนักเกินหรืออ้วนมีอันตรายต่อสุขภาพ จึงควรเอาใจใส่ต่อเรื่องน้ำหนักเกินหรืออ้วน และปัจจัยเสี่ยงอื่นร่วมด้วย ได้แก่ การสูบบุหรี่ การมีภาวะความดันโลหิตสูง เป็นต้น ซึ่งจะเป็นปัญหาสุขภาพตามมาในภายหลัง